ที่นาแปลงใหญ่กว่า 300 ไร่ ในอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี กำลังเป็นที่จับตามองของบรรดาเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง หลัง “ลุงสมศักดิ์ อินทร์จันทร์” วัย 65 ปี เจ้าของแปลงนา ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำ “โดรนดีเจไอ อะกราส T40” จำนวน 5 ลำ มาใช้ในการพ่นปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์แบบยกแปลง ท่ามกลางความตื่นตัวของชุมชนที่ต่างมาเฝ้าดูการทำงานของเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เป็นมากกว่าแค่การใช้โดรนทั่วไป คือการที่ลุงสมศักดิ์ ประกาศว่าการลงทุนครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม “ชาวนาวันหยุด” ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กลับมาสานต่อกิจการเกษตรในภูมิลำเนา โดยมีแนวคิดที่จะขับเคลื่อน “เกษตรแม่นยำ” ให้แพร่หลาย ลุงสมศักดิ์กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่เป็นการปฏิวัติวิธีคิดในการทำนา เราต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า โดรนไม่ได้เป็นแค่ของเล่น แต่เป็นเครื่องมือทำเงินที่จริงจัง”
ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะตามปกติแล้วการพ่นปุ๋ยหรือสารชีวภัณฑ์ในนาข้าวต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก หรือจ้างเครื่องจักรใหญ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจไม่ทั่วถึง แต่การใช้โดรนพ่นยาแบบนี้ สามารถกำหนดปริมาณได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ลดการเหยียบย่ำแปลงนา และลดต้นทุนการผลิตโดยรวม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ให้ความเห็นว่า นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมศักยภาพภาคเกษตรกรรมไทย
คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ การลงทุนครั้งนี้ “คุ้มค่า” จริงหรือ? ลุงสมศักดิ์เผยว่า แม้โดรนเกษตรราคาอาจสูงในเบื้องต้น หากมองในระยะยาว ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ลดลง และประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้น จะเห็นถึงความสำคัญของ “ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการใช้โดรนในการทำเกษตรแปลงใหญ่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงราคาโดรนเกษตรในปัจจุบัน “โดรนเกษตรรุ่นดีเจไอ อะกราส T40 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 300,000 – 400,000 บาทต่อลำ แต่เมื่อเทียบกับการจ้างแรงงานและปริมาณผลผลิตที่ได้ ผมเชื่อว่าจะคืนทุนได้ภายใน 2-3 ฤดูเพาะปลูก” ลุงสมศักดิ์กล่าว
ดังนั้น โครงการนำร่องที่สุพรรณบุรีนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การใช้โดรน แต่เป็นการจุดประกายให้เกษตรกรไทยหันมามองเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นทางออกเพื่อความยั่งยืน และเตรียมพร้อมสำหรับ “การใส่ปุ๋ยทางใบ” ด้วยโดรน ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของข้าวให้ดียิ่งขึ้น บทพิสูจน์นี้กำลังจะกลายเป็นพิมพ์เขียวสำหรับเกษตรกรทั่วประเทศที่ต้องการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ “เกษตรไร้คนขับ” อย่างเต็มตัว และเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าโดรนเกษตรราคาเท่าไหร่ก็คุ้มค่าหากใช้ได้อย่างถูกวิธี
ความสำเร็จของลุงสมศักดิ์และกลุ่มชาวนาวันหยุด กำลังจะกลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ และอาจเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ นี่คืออนาคตที่ภาคเกษตรไทยกำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน